เที่ยวตุรกี เมืองมรดกโลกคัปปาโดเกีย

Last updated: Mar 12, 2019  |  205 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตุรกี

เที่ยวตุรกี เมืองมรดกโลกคัปปาโดเกีย

เที่ยวตุรกี เมืองมรดกโลกคัปปาโดเกีย

เมืองที่สวยจนคุณอาจจะลืมหายใจ


คัปปาโดเกีย ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอานาโตเลียในบริเวณตอนกลางของประเทศตุรกีปัจจุบัน เนื้อที่ของภูมิภาคที่ราบสูงที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตรและเต็มไปด้วยยอดภูเขาไฟและหินทูฟา

คัปปาโดเกีย (Cappadocia) ประเทศตุรกี ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปีค.ศ.1985

เมืองนี้เป็นพื้นที่ลักษณ์พิเศษ เพราะเป็นพื้นที่ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อ 3 บ้านปีก่อน ที่ทำให้ลาวาและเถ้าถ่านทับถมกันจนเกิดเป็นพื้นดินชั้นใหม่ขึ้นมา ที่เราเรียกกันว่าหินทูฟา

-พื้นที่ที่ดูแปลกตาแห่งนี้เต็มไปด้วยหินรูปกระโจมแบบต่าง ๆ เหมือนเมืองในเทพนิยาย หินที่ว่าชาวพื้นเมืองเรียกกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า (Fairy Chimney)

-ปล่องไฟนางฟ้า (Fairy Chimney)ที่ว่านี้ เกิดมาจากการแข็งตัวของลาวาภูเขาไฟ ที่ถูกลมถูกฝนถูกหิมะกัดเซาะจนเป็นรูปร่างต่างๆ

 

ที่นี่เป็นเมืองใต้ดินขนาดใหญ่ และที่สำคัญ ปัจจุบันนี้​ก็ยังมีคนอาศัยอยู่ในเมืองใต้ดินอยู่ โดยเมืองใต้ดินที่ว่าบางจุดมีความลึกเทียบเท่าตึก 10 ชั้นเลยทีเดียว แถมยังขุดเชื่อมกันระหว่างเมืองต่อเมืองอีกต่างหาก ทุกวันนี้บ้านหินเกือบทั้งหมดถูกทิ้งร้างเพื่ออนุรักษ์ เพราะหินทูฟานั้นแสนจะเปราะบาง เพียงแค่สายลมพัดผ่านก็ทำให้บ้านเหล่านี้เสื่อมสภาพได้แล้ว แต่จะยังมีโรงแรม ร้านอาหารที่รัฐบาลอนุญาติให้สร้างในภูเขาบางส่วน และก็ยังมีชุมชนโบราณบางส่วนที่ยังมีคนอาศัยอยู่จริงในหิน ในหน้าร้อนก้อนหินทูฟาจะเป็นที่หลบแดดที่เย็นกายสบายใจ

ที่นี่เป็นเมืองใต้ดินโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะเฉพาะที่คัปปาโดเกีย ซึ่งเพียงเมืองเดียวแห่งนี้ก็มีเมืองใต้ดินถึง 15 แห่ง แถมใต้ดินยังมีเพียบพร้อมเหมือนบนดินทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องอาหาร ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้าง ว่ากันว่าเมืองใต้ดินสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน เลยทีเดียว แถมยังมีระบบถ่ายเทอากาศที่ดี ภายในถ้ำอากาศก็เย็นสบายไม่ร้อนอีกด้วย

เอกลักษณ์ที่ขึ้นชื่อของเมืองแห่งนี้ก็คือ

1. ภูมิประเทศที่สวยแปลกตา เดินชมเมืองทั้งวันก็สวย

2. ขึ้นบอลลูนชมเมือง มองทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยหินแปลกตา

3. นอนโรงแรมถ้ำ

4. ชมเมืองใต้ดิน✌

5. พิพิธภัณฑ์​กลาง​แจ้ง​

โดยไฮไลต์ที่ใคร ๆ ก็อยากไปคือ​และ​แนะนํา​ว่า​ห้าม​พลาด​เลย​ คือ​ ขึ้น​บอลลูน ซึ่งกิจกรรมนี้ต้องอยู่กับดวงว่ารอบที่ไปสภาพอากาศพร้อมแค่ไหน ถ้าฟ้าไม่โปร่งอากาศไม่ดีก็จะไม่ได้ขึ้นด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยทันที ซึ่งสภาพอากาศจะมีการสังเกตการณ์กันอย่างใกล้ชิดก่อนขึ้นถึง 3 ชั่วโมง

-โดย​การ​ขึ้น​บอลลูนจะเริ่มตอน​เช้ามืด​ตั้งแต่ตี 4 เป็นต้นไป ซึ่งนิยมขึ้นตอนเช้ามากกว่าตอนเย็น

-ระยะเวลาที่อยู่บนบอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง

-มีหลายราคา ขึ้นอยู่กับขนาดบอลลูนและมาตรฐานบริษัท

-ค่าขึ้นบอลลูนนิยมรับเป็นเงินยูโร หรือ ดอลล่าร์

Powered by MakeWebEasy.com