ทำไมใคร ๆ ถึงตกหลุมรัก "วิกตอเรีย" เมืองสวนดอกไม้แห่งแคนาดา?

แวนคูเวอร์อาจทำให้คุณตื่นเต้นตั้งแต่วินาทีแรกที่มาถึง แต่ "วิกตอเรีย" จะค่อย ๆ ทำให้คุณตกหลุมรักทีละนิด ผ่านสวนดอกไม้ ถนนสายเล็ก ๆ คาเฟ่ริมทะเล และบรรยากาศที่อบอุ่นเกินกว่าจะลืม
วิกตอเรียเป็นเมืองหลวงของรัฐ British Columbia ที่ได้รับฉายาว่า "Garden City" หรือเมืองแห่งสวนดอกไม้ ในประเทศแคนาดา เมืองตั้งอยู่บริเวณปลายสุดของเกาะแวนคูเวอร์ เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ชื่อเมืองวิคตอเรียนี้ตั้งชื่อตามราชินีวิคตอเรียของอังกฤษ จึงทำให้ลักษณะของสถาปัตยกรรม รวมทั้งวิถีการดำรงชีวิตของคนในเมืองนี้ มีกลิ่นอายวัฒนธรรมความเป็นอังกฤษผสมอยู่ แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่ก็เป็นเมืองที่มีสเน่ห์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ

ในวิกตอเรีย การเดินทางนั้นไม่ได้เน้นที่ความเร็วในการเคลื่อนที่ แต่เน้นที่สิ่งที่สังเกตเห็นระหว่างทางมากกว่า เนื่องจากผังเมืองนั้นเอื้อต่อการเดินเท้าและดื่มด่ำกับสิ่งรอบตัว ถนนสายประวัติศาสตร์และทางเดินริมน้ำ ทิวทัศน์ริมทะเลและบ้านเรือนเก่าแก่สร้างจังหวะที่ทำให้ต้องหยุดพัก เดินสำรวจ อีกทั้งในวิกตอเรียการเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ถือเป็นวิธีที่สะดวกสบายและไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการเดินทาง
ทำไมถึงได้ฉายา "City of Gardens"
เมืองวิกตอเรีย (Victoria) บนเกาะแวนคูเวอร์ ได้รับฉายาว่า "City of Gardens" (เมืองแห่งสวน) เนื่องจากมีสภาพอากาศอบอุ่นที่สุดในแคนาดา ทำให้สามารถปลูกพืชพรรณและดอกไม้ได้ตลอดทั้งปี มีสวนดอกไม้และพื้นที่สีเขียวอยู่ทั่วเมือง ประกอบกับการดูแลสถาพแวดล้อมของเมืองอย่างจริงจังทั้งจากภาครัฐและเอกชน
5 เหตุผลที่ทำให้หลายคนหลงรักวิกตอเรีย
1.เมืองแห่งสวนดอกไม้ที่สวยงามตลอดทั้งปี
วิกตอเรียมีไฮไลต์สำคัญเป็นสวนดอกไม้ที่สวยงามมาก คือ Butchart Gardens สวนดอกไม้ระดับโลกที่เต็มไปด้วยสวนกุหลาบ สวนญี่ปุ่น และสวนอิตาลีที่มีความงดงาม ไม่ว่าจะเดินทางมาในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน หรือฤดูใบไม้ร่วง ก็สามารถสัมผัสสีสันของดอกไม้ได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ถนน อาคารราชการ และบ้านเรือนต่างประดับประดาด้วยดอกไม้อย่างสวยงาม สร้างสีสันและความสดชื่นให้กับเมือง ด้วยสภาพอากาศที่อบอุ่นกว่าหลายเมืองในแคนาดา ทำให้วิกตอเรียเต็มไปด้วยสวนดอกไม้สีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะริมทะเลหรือสวนชื่อดังอย่าง Butchart Gardens ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

2.เมืองริมทะเลที่มีบรรยากาศโรแมนติก
วิกตอเรียเป็นเมืองที่เดินเที่ยวได้อย่างสบาย เพราะตัวเมืองมีขนาดกะทัดรัด ถนนหลายสายเหมาะกับการเดินเล่นหรือปั่นจักรยาน ผู้คนใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่เร่งรีบ ทำให้บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย บริเวณ Inner Harbour ถือเป็นหัวใจของเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิวทะเล นั่งจิบกาแฟริมท่าเรือ หรือชมเรือยอร์ชและเครื่องบินทะเลที่ขึ้นลงตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่นี่จะสวยงามเป็นพิเศษ
3.กลิ่นอายอังกฤษที่ยังคงมีเสน่ห์
ชื่อของเมือง "Victoria" ตั้งขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร จึงทำให้เมืองนี้ยังคงผสมผสานกลิ่นอายของอังกฤษอยู่ อาคารสไตล์วิกตอเรียน ร้านน้ำชายามบ่าย รถม้าในย่านดาวน์ทาวน์ ล้วนสะท้อนเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากเมืองอื่นของแคนาดา หนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมคือการจิบ Afternoon Tea ภายในโรงแรมเก่าแก่ พร้อมชมวิวท่าเรือ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่หลายคนตั้งใจมาสัมผัสเมื่อมาเยือนวิกตอเรีย

4.ธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลาย
กิจกรรมกลางแจ้งและธรรมชาติมีตัวเลือกมากมายให้คุณสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า, ตั้งแคมป์, หรือกิจกรรมทางน้ำ เช่น พายเรือคายัคและซับบอร์ด กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยผ่อนคลายความเครียด แต่ยังเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสความงามของเมืองได้อย่างเต็มที่ เป็นเมืองเล็กที่เต็มไปด้วยคุณภาพชีวิต นอกจากดอกไม้แล้ว ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในจุดชมวาฬที่ดีที่สุดของแคนาดา รวมถึงมีกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย ทั้งปั่นจักรยาน เดินชมชายฝั่ง และล่องเรือชมธรรมชาติ
5.การเดินทาง
การเดินทางมายังวิกตอเรียถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั่งเรือเฟอร์รี่จากแวนคูเวอร์ ซึ่งระหว่างทางจะได้ชมวิวทะเล เกาะเล็กเกาะน้อย และธรรมชาติอันงดงามของชายฝั่งแปซิฟิก เมื่อมาถึงตัวเมืองแล้ว แทบไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่อยู่ไม่ไกลกัน สามารถเดินเที่ยวได้อย่างสบาย

บางเมืองทำให้เราประทับใจเพราะความยิ่งใหญ่ แต่ "วิกตอเรีย" ทำให้ผู้คนหลงรักผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นสวนดอกไม้ที่ผลิบาน กลิ่นอายทะเล คาเฟ่เล็ก ๆ ริมถนน หรือรอยยิ้มของผู้คน เป็นเมืองที่ไม่ได้มีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม แต่ยังมอบความรู้สึกสงบ อบอุ่น และผ่อนคลาย หากมีโอกาสเดินทางไปแคนาดา ลองใช้เวลา 2–3 วันที่เมืองแห่งนี้ แล้วคุณอาจเข้าใจว่าเหตุใด "วิกตอเรีย" จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองสวนดอกไม้ที่ใครหลายคนอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง
